Author: Michele Foster

เชลซี รับรอง “พูลิซิช-ฮาเวิร์ตซ์” คืนกองทัพลุย ชปล. เเต่ไม่มี “ซิลวา”

เชลซี ยืนยันได้ คริสเตียน พูลิสิช แล้วก็ ไค ฮาเวิร์ตซ์ คืนกองทัพ เเต่ยังไม่มี ธิอาโก้ สิลวา ช่วยทีมพบแอตเลติเตียนเก๋ มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมฟุตบอลเชลซีออกมายืนยันว่า คริสเตียน พูลิสิช แล้วก็ ไค ฮาเวิร์ตซ์ สองแนวรุกพร้อมช่วยทีม ไม่เหมือนกับ ติเตียนอาโก้ สิลวา ที่มีปัญหาบาดเจ็บ สิงโตสีน้ำเงินคราม กำลังจะเดินทางไปยังกรุงบูติดอยู่เรสต์ ประเทศโรมาเนีย เพื่อดวลกับ แอตเลติเตียนโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมในที่สุดครั้งแรกวันอังคารนี้ โดยการแถลงข่าวก่อนเกม ทูเคิ่ล ยืนยันว่า พูลิสิช กับ ฮาเวิร์ตซ์ พร้อมเดินทางไปกับทีม แต่ว่าในราย ติเตียนอาโก้ สิลวา แนวรับบราซิลที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย “แน่ๆว่าเกมนี้มีขึ้นเพื่อคุณภาพของนักเตะอย่าง ติเตียนอาโก้ แต่โชคร้ายที่เขาจะไม่พร้อมใช้งาน ปัจจุบันนี้เขากำลังซ้อม ในเวลาที่พวกเรากำลังจะเดินทางหลังจากนี้ “ผมมีความสุขมากมายๆที่ทั้ง ไค แล้วก็ คริสเตียน อยู่ในกรุ๊ป พวกเขาฝึกซ้อมกับพวกเราก่อนหน้านี้และไม่มีปัญหาอะไรเพิ่ม พวกเขาจะเดินทางไปกับพวกเราแล้วก็พวกเขาจะอยู่ในทีมวันพรุ่ง”

เสือใต้ บุกขย้ำ ลาซิโอ ติดอยู่รัง 4-1 จ่อเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสสูงสำหรับในการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ข้างหลังบุกชนะ ลาสิโอ ได้กินขาด 4-1 การเเข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 กลุ่มครั้งแรก เป็นการพบกันระหว่าง ลาสิโอ เปิดรังเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยี่ยมของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค สิโมเน อินซากี้ กุนซือเจ้าของบ้าน เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ฝากความมุ่งหวังในแนวรุกไว้ที่คู่แผงหน้าอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ซึ่งประสานงานร่วมกับ ฆัวกิน คอร์เรอา ด้าน”เสือใต้”กลุ่มเยี่ยมของ ฮันซี ฟลิค วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำเกมรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน, จามาล มูเซียลา และ คิงส์ลีย์ โกมาน ผลที่ตามมา บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีแชมป์เก่า บุกมาถล่ม ลาสิโอ 4-1 โดย ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 9, จามาล มูเซียลา นาทีที่ 24, เลรอย ซาเน นาทีที่ 42 และ ฟรานเซสโก อเคอร์บี ผู้เล่นของลาสิโอยิ่งเข้าประตูของตัวเอง ในนาทีที่ 47 ส่วน ลาสิโอ ได้จาก โจอาคิน กอร์เรอา นาทีที่ 49 ส่งผลให้ บาเยิร์น มีโอกาสเข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดสูงลิบตา โดยนัดที่ 2 จะกลับไปเล่นที่ อัลลิอันซ์ อารีท้องนา รังเหย้าของเสือใต้ในวันที่ 17 มี.ค. นี้

“ชิรูด์” ตีลังกายิงสุดสวย! เชลซี เชือด แอต.มาดริด 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี เอาชนะ แอตเลติเตียนโก มาดริด ไปได้ 0-1 โดยได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 67 ทำให้จบเกม สิงห์บลู เอาชนะไปได้ก่อนในครั้งแรก กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงกลางเดือนเดือนมีนาคมที่จะถึง เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมเพียรพยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุกสนาน แต่ยังคงทำได้แค่หวาดเสียวเพียงแค่นั้นในช่วง 15 นาทีแรก ต่อจากนั้นเป็น เชลซี ที่ครอบครองบอลบุกได้มากขึ้น รวมทั้งมีโอกาสได้จบจากลูกยิงไกล อลอนโซ แต่ยังไปติดเซฟของ โอบลัค ในนาทีที่ 25 นาทีที่ 38 สิงห์บลู มีลุ้นใกล้เคียงอีกรอบจากจังหวะได้ยิงในกรอบจุดโทษของ แวร์เนอร์ แต่ยังคงไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ นาทีที่ 41 แอตฯ มาดริด มีลุ้นจากจังหวะชาร์จจ่อๆของ ซัวเรซ แต่ รือดิเกอร์ ยังตามมาบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้ทัน ทำให้จบ 45 นาทีแรก ยังเท่ากันแบบไม่มีสกอร์ 0-0 เริ่มครึ่งเวลาข้างหลังยังคงเป็น เชลซี ที่ครอบครองบอกได้มากกว่า ส่วน แอตฯ มาดริด ยังคงเน้นย้ำตั้งรับรวมทั้งรอโอกาสสำหรับการสวนกลับ นาทีที่ 57 ยี่ห้อหมี มีโอกาสได้จบจากจังหวะตีลังกายิงของ ฟิลิกซ์ แต่บอลบินข้ามคานออกไป แล้วหลังจากนั้น แอตเลติเตียนโก เพียรพยายามเปิดเกมบุกมากขึ้นเพื่อหวังเอาประตูคืนแต่ยังเกือบจะหาจังหวะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายไม่ได้ นาทีที่ 83 สิงโตน้ำเงินคราม ได้ช่องจบอีกรอบจากจังหวะหลุดขึ้นมาทางด้านขวาของ แวร์เนอร์ ก่อนที่จะซัดมุมแคบไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ ท้ายเกม ทัพยี่ห้อหมี เพียรพยายามครอบครองบอลบุกเข้าใส่อย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเจาะแผงหลังของ สิงห์บลู ได้ กระทั่งจบ 90 นาที่ เชลซี เอาชนะ แอตเลติเตียนโก มาดริด ไปได้สำเร็จ 0-1 รายนามนักฟุตบอลที่ลงสนามตัวจริง แอตเลติเตียนโก มาดริด : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิกระเป๋า, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ…

ลีดส์ คืนฟอร์ม ไล่อัด นักบุญ เยิน 3-0 ขึ้นที่ 10 พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังจากแพ้มาตลอด 2 นัดหมายหลังสุดด้วยการเปิดบ้านถล่ม เซาธ์แธมป์ตัน 3-0 การแข่งขันชิงชัยฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยี่ยมของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน อันดับ 14 ของตาราง ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างเบิกบาน แม้กระนั้นในที่สุดยังหาจังหวะเข้าไปทำแต้มกันไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0 ครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ ส่งบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก กางมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแทงเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม แล้วนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตอบโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายถึงแม้ว่าจะ สจ๊วร์ต ดัลลัส แตะต้องบอลเข้าเขตโทษแล้วดีดด้วยซ้ายแทงมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

เหนือกว่าเพื่อนฝูงร่วมกลุ่ม!คิมไม่ชสร้างประวัติศาสตร์ในชปล.

โยชัว คิมมิช เปลี่ยนเป็นนักเตะที่ชนะในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดจากการลงเล่น 50 ครั้งแรก โดยชั้น 2เป็นโธมัส มุลเลอร์ กับ ค้างเซมิโร่ โยชัว คิมมิช ดาวเตะ บาเยิร์น มิวนิค ยอดชมรมที่เวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ชนะเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดในช่วง 50 เกมแรก ภายหลังที่เขาเก็บความมีชัยได้ถึง 38 นัดหมายด้วยกัน เกมรอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก ที่ บาเยิร์น คว้าชัยเหนือ ลาสิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 ก.พ. ก่อนหน้านี้ ถือเป็นการลงไปในสนามในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดหมายที่ 50 ของดาวเตะวัย 26 ปีพอดิบพอดี ส่วนผู้ครอบครองสถิติเดิมในด้านนี้เป็น โธมัส มุลเลอร์ สหายร่วมกลุ่มของ คิมมิช กับ ค้างเซมิโร่ มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ภายหลังทั้งสองทำเอาไว้ที่ 36 เกม ดังนี้ เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ คิมมิช เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฤดูกาล 2015-16 โดยวันนั้นเขาลงเป็นตัวสำรองในช่วง 15 นาทีท้ายที่สุดของเกมที่ บาเยิร์น ชนะ โอลิมแฉะอส 3-0 เมื่อช่วงก.ย. ปี 2015 ซึ่งตลอดช่วง 50 นัดหมายก่อนหน้านี้เขาทำเป็น 10 ประตู และแพ้ไปเพียงแต่ 5 ครั้งเท่านั้น 5 อันดับแรกที่ชนะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุดในช่วง 50 ครั้งแรกที่ลงเล่น 1. โยชัว คิมมิช 38 เกม 2. โธมัส มุลเลอร์ 36 เกม – ค้างเซมิโร่ 36 เกม 4. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น 35 เกม…

“ชิรูด์” ยิงท่ายาก! เชลซีแข็งเชือดแอตมาดริดชูแรก 16 กลุ่มชปล.

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหหญ่ “สิงห์บลูส์” ยังคงเดินหน้ารักษาสถิติไร้แพ้นับแต่เข้ามาคุมทีมหลังได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดประตูสุดงามพาทีมเฉือน “ยี่ห้อหมี” 1-0 จับความเป็นต่อก่อนดวลกันนัดหมายตัดสินวันที่ 17 มีนาคม นี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด นัดแรก) คืนวันอังคารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา สนาม : อารีน่า ท้องนาติเตียนโอนาล่า, บูค้างเรสต์ (สนามกลาง) ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ผู้ฝึกสอน แอตเลติเตียนโก มาดริด จ่าฝูงลา ลีกา พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม เอ ก่อนแพ้เลบันเต้ 0-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 8 เกม ส่วนทาง โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ซึ่งเข้ามารับงานต่อจากแฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกุนซือผู้พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อี ก่อนที่ผู้ฝึกสอนเยอรมันจะพาทีมเสมอเซาธ์หมูแฮมป์ตัน 1-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 6 เกมแล้วตั้งแต่เข้ามารับงาน ประเดิมได้เพียงแค่ 2 นาที เชลซี หวุดหวิดงานเข้าจากความประมาทของ เอมองอาร์ เมนดี้ จับบอลยาวโดน ซาอูล ญีเกซ ใส่มาฉกซวยสัมผัสยาวตามเล่นไม่ทันท้ายที่สุดหลุดออกหลังไป ถัดมานาทีที่ 10 เป็น “ยี่ห้อหมี” ลุยตลอดจากบอลทางฝั่งขวาของ ชูเอา เฟลิกซ์ ดึงจัวหวะตักห้อยไปเสาไกลเกือบจะถึง อังเคล กอร์เรอา แม้กระนั้นยังไม่ผ่าน มาร์กอส อลอนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งได้ทัน 4 นาทีถัดมา แอต.มาดริด พลาดโอกาสทองคำจากควาผิดพลาดของแนวรับ เชลซี เสียท่าโดน หลุยส์ ซัวเรซ ฉกบอลพาเข้าจุดโทษก่อนแทงไปเสาถึง โตมาส์ เลอมาร์ ใส่มาทิ้งตัวชาร์จแม้กระนั้นไม่ทันหลุดออกหลังไป นาทีถัดมา “สิงห์บลูส์” แลกหมัดกะทันหันจากจังหวะเปิดทาขวาของ เมสัน เม้าน์ท บอลแรงเลย ติเตียนโม แวร์เนอร์ ที่ใส่มาเสาแรกผ่านหน้าประตูหลุดออกข้าง ครึ่งทางผ่านเปลี่ยนเป็น เชลซี ทำเป็นดียิ่งกว่าคราวนี้จากจังหวะชิ่งสุดสวยบอลหลุดมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ตวัดตามน้ำเรียดเด้งพื้นเข้ามือ ยาน โอบลัค ล้มตัวรับไม่พลาด นาทีที่ 39 จากความสามารถเฉพาะตัวของ ติเตียนโม แวร์เนอร์ พาบอลฉุดกระชากหนี สเตฟาน ซาวิช หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดยัดเสาแรกไปติดเซฟ ยาน โอบลัค ตบทิ้งออกมาจวนเจียน…

เอาความกดดันไปซะ! “นาเกลส์มันน์” ยกหงส์ยังเหนือกว่ากระทิง

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ที่ปรึกษาหนุ่มของแอร์เบ ไลป์ซิก รองหัวหน้าฝูงบุนเดสลีกา ยกให้หงส์แดงของ เยอร์เกน คล็อปป์ ยังเป็นกลุ่มที่เหนือกว่ากลุ่มตนเอง ถึงแม้ผลงานจะต่างกันชัดเจนในพักหลัง สำหรับการแถลงข่าวก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มในที่สุด เลกแรก คืนวันที่ 16 ก.พ. นี้ “พวกเราอยู่ในช่วงที่ส่งผลงานดี ตอนที่หงส์แดงไม่ชนะถึง 5 นัดหมายจาก 7 เกมหลังสุด แต่พวกเขายังเหนือกว่าบางส่วน เมื่อดูจากประสบการณ์ในเกมระดับทวีป” “แต่พวกเราเองก็พัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจน แล้วก็บอกให้เห็นแล้วเหมือนกันว่าพวกเราสามารถสู้กับกลุ่มระดับนี้ได้ ทั้งยังเมื่อปีที่แล้วแล้วก็ฤดูนี้ ซึ่งพวกเราอยู่ในกรุ๊ปที่แข็งมาก (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อิสตันบูล บาซัคเซฮีร์)” สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่ม เลกแรก จะมีที่ปุสกัส อารีนา สนามกลางในประเทศฮังการี เพราะว่าเยอรมนีมีมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ด้วยการงดเที่ยวบินจากอังกฤษเข้าประเทศ

ค้อนลุ้นไปชปล.สุดกำลัง! ลินการ์ดช่วยเติมเต็มสิ่งที่เวสต์แฮมขาดหายไป

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเว้นแต่นักเตะ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทำผลงานไร้ที่ติเตียนแล้ว พวกเราคงมองข้ามนักเตะจากกลุ่ม เวสต์แฮม ไม่ได้เพราะพวกเขาโชว์ฟอร์มเจ๋งจนกระทั่งบินสูงขึ้นมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเกินจริง และผู้ที่ทำให้สื่อจะต้องหันมาสังเกตไม่ใช่คนใดกันตรงไหนเขาคือ เจสซี่ ลินการ์ด สมัยก่อนมหาเทพของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง หลังจากคอยมานานแสนนาน เดวิด มอยส์ ก็สามารถเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เป็นครั้งแรก (เคยเจอะกันมา 15 นัด) ข้างหลังพา เวสต์แฮม เฉือน สเปอร์ส 2-1 เมื่อช่วงคำ่วันอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ความเป็นจริงเว้นแต่ความสามารถของกองทัพ “ขุนค้อน” แล้วดวงก็มีส่วนที่ทำให้กลุ่มคว้าสามแต้มด้วยเพราะช่วง 10 กว่านาครั้งท้ายมีจังหวะที่ เอ็งเร็ธ เบล วอลเลย์ชนคาน รวมถึงจังหวะที่กองหลังเวสต์แฮมเคลียร์บอลไปโดน ดื้อ ฮึง-ไม่น แล้วบอลย้อยมาชนเสา สิ่งที่น่าจะเป็นหลักสำคัญข้างหลังเกมมากที่สุดคืออนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เพราะว่าความแพ้พ่ายครั้งนี้ถือเป็นการพ่ายเกมที่ 6 จาก 8 นัดหลังสุดในทุกรายวิธีการทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 แต้มแล้ว ระหว่างที่ชัยชนะของ เวสต์แฮม ช่วยทำให้พวกเขารั้งชั้น 4 ของตารางเพราะ เชลซี สะดุดเสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน

หงส์คืนฟอร์ม! อัด ไลป์สิกข์ 2-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่ม เกมแรก

เกมนี้ทั้งสองจะต้องลงแข่งขันกันที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เพราะเหตุว่ารัฐบาลเยอรมัน ประกาศห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ โดยผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันปรากฏว่า ทีม “ลิเวอร์พูล” โชว์ผลงานได้อย่างดียิ่ง เอาชนะ แอร์เบ ไลป์สิกข์ ไปได้ 2-0 จากการทำประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ ซาดิโอ มาเน่ นำมาซึ่งการทำให้ ลิเวอร์พูล จับความเป็นต่ออย่างมาก ก่อนเกมนัดลำดับที่สอง จะมาเล่นที่สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 10 มี.ค.นี้ รายนามผู้เล่นทั้งคู่ทีม ไลป์สิกข์ : ปีเตอร์ ฉันลัคซี่ – นอร์กดี มูกิเอเล่ (วิลลี่ ออร์บาน น.64), ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ลูคัส กลอสเตอร์มันน์, อังเคลินโญ่ – อมาดู ไฮดาร่า (ยูสซุฟ โพลสังเวย น.64), มาร์เซล ซาบิตเซอร์, เควิน คัมเปิ้ล (ฮวาง ฮี-เฉลียง น.73)- – คริสโตเฟอร์ เอ็นเกิงกู, ดานี่ โอลโม่, ไทเลอร์ อดัมส์ ลิเวอร์พูล : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ตำหนิอาโก้ อัลกานตาร่า (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชเบอร์เลน น.72), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เคอร์ตำหนิส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.90), โรกางร์โต้ ฟีร์ไม่โน่ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.72), ซาดิโอ มาเน่

เดินหน้าผลงานหรู!ทูเคิ่ลคุมทีมเสีย2ลูกจาก8เกมต่อจากมูรินโญ่

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี ยังคงคุมทีมด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเกินข่มใจ ล่าสุดนำ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” บุกสอย แอตเลตำหนิโก มาดริด 1-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก โดยที่ไม่เสียประตู ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 2 ต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมเสียประตู 2 ลูกจาก 8 เกมที่กุมบังเหียน โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของ เชลซี สร้างผลงานดีมีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอโดยเขานำ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” เสียแค่ 2 ประตูจากการกุมบังเหียน 8 แมตช์ ซึ่งในประวัติศาสตร์สมาคมมีเพียงแค่ โชเซ่ มูรินโญ่ เท่านั้นที่เคยทำเป็นแบบงี้ ทัพ “สิงห์บลูส์” ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตั้งแต่แมื่อที่ ทูเคิ่ล ได้รับการตั้งให้คุมทีมแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่โดนให้ออกจากตำแหน่ง โดยเขานำสมาคมเก็บชัยได้ถึง 6 เกม และเสมอเพียง 2 แมตช์จากการทุกรายการ